เป้าหมายในชีวิต

ikigai เหตุผลที่เราตื่นมาทุกๆ เช้า ปัจจัยที่ทำให้มีชีวิตที่ยืนยาว

มีคนอายุเกินร้อยจำนวนมากอาศัยอยู่ที่ Okinawa มีมากกว่าทุกๆ ที่ในโลกนี้ คนเหล่านั้นไม่เพียงแค่อายุยืน แต่ยังดูอ่อนกว่าวัย ยังมีสุขภาพจิตที่ดีและมีร่างกายที่แข็งแรง ที่ Okinawa คนที่นั่นไม่เชื่อว่าคนเราจะหยุดทำงานได้ ไม่มีคำว่าเกษียร ตราบใดที่ยังมีแรงทำงาน อย่างน้อยก็ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน หรือทำงานเพื่อสังคม เค้ามีคำๆ นึงที่น่าสนใจ ikigai มันคือ เหตุผลที่เราตื่นมาทุกๆ เช้า

กินน้อย นอนเร็ว ตื่นเช้า เดินบ่อย สนุกกับการเดินทางของชีวิต ใช้ชีวิตในแต่ละวันให้เบิกบาน เข้าหาเพื่อน สร้างมิตรภาพที่ดี ไม่กังวล ไม่เครียด ออกกำลังกาย ขยับร่างกายบ่อยๆ ทำเรื่องง่ายๆ แค่นี้ เราก็จะมีชีวิตที่ยืนยาวได้

การใช้ชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข

ikigai แนวคิดของคนญี่ปุ่น ที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ เป้าหมายของการใช้ชีวิต มันเป็นปัจจัยสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาว เราจะเข้าใจว่าทำไม ikigai ถึงมีผลต่อการมีชีวิตที่ยืนยาว ช่วยให้เราค้นหา ikigai ของตัวเอง และเรียนรู้แนวทางปฏิบัติเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี

เราจะรู้ว่าทำไม Flow หรือการทำสิ่งที่เรารัก จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ การร้องคาราโอเกะทำให้เราไม่แก่ และมิตรภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ

ปัจจัยที่ทำให้คนมีอายุยืนยาว โดยเฉพาะผู้คนในเกาะ Okinawa คือการกินอาหาร การออกกำลังกาย เหตุผลของการมีชีวิต เป้าหมายของการใช้ชีวิต สังคมที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มิตรภาพที่แน่นแฟ้น และความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

นอกจากนั้น การอาศัยอยู่บนเกาะ ที่ๆ มีทรัพยากรบางอย่างขาดแคลน ทำให้ทุกคนต้องพึ่งพาอาศัยกัน การยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อนบ้าน การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็เป็นอีกเหตุผลของการใช้ชีวิต เป็น ikigai ที่ทำให้คนที่นี่มีชีวิตชีวา

เหตุผลของการมีชีวิตคือปัจจัยที่ทำให้เราใช้ชีวิตได้ยาวนาน

การมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องการ และความลับของการมีชีวิตที่ยืนยาวหาได้จากเกาะใน Okinawa ทางใต้ของประเทศญี่ปุ่น

ikigai คือเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ แรงบันดาลใจให้เราตื่นมาตอนเช้า แรงกระตุ้นที่ทำให้เราทำงาน โดยเฉพาะงานที่เรารัก คนญี่ปุ่นจำนวนมากเชื่อว่าเราทุกคนต่างก็มี ikigai หรือเป้าหมายในชีวิตที่เราต้องทำให้สำเร็จ ที่เราเกิดมาเพื่อสิ่งนั้น

บางคนอาจจะค้นพบ ikigai ของตัวเองได้เร็ว บางคนอาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่เราก็ต้องอดทน เพราะในที่สุด ikigai จะเป็นแรงบันดาลใจให้เราตื่นและลุกออกจากเตียงในทุกเช้า

ikigai เป็นเหตุผลที่ทำให้ชาว Okinawa ใส่ใจรายละเอียดของงานในแต่ละวัน และยังเป็นความลับของการมีชีวิตยืนยาว ถ้าเราค้นพบ ikigai ในงานของเรา เราก็จะทำมันได้ตลอดไม่มีเกษียร ถ้าเราค้นพบ ikigai ในงานอดิเรก ที่เรามีความสุขและเบิกบานที่ได้ทำ เราก็จะทำมันได้โดยไม่เบื่อ

ชาว Okinawa ใช้ชีวิตอยู่กับแนวคิด ikigai และทำให้คนที่นี่ยังคงทำงานตลอดไปชั่วชีวิต ถึงแม้ว่าจะถูกบังคับให้หยุดทำงาน เค้าก็ยังจะหางานอดิเรกทำ หรือทำงานเพื่อสังคม เพื่อช่วยเหลือเพื่อนบ้าน

การไม่ยอมอยู่เฉยๆ และทำงานตลอดชีวิต ทำให้ชาว Okinawa ห่างไกลจากโรคหัวใจและโรคทางสมอง

การใช้สมองตลอดเวลา และระดับความเครียดที่ต่ำ ทำให้มีชีวิตยืนยาว

สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสภาพจิตใจที่ดี คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่

การที่เราไม่ได้ใช้สมองจะทำให้ Neuron ไม่สร้างการเชื่อมต่อ นักประสาทวิทยา Shlomo Breznitz บอกไว้ว่า คนแก่ที่หลงๆ ลืม เป็นเพราะว่าทำแต่สิ่งเดิมๆ สิ่งที่คุ้นเคยและทำจนเป็นนิสัย ไม่ลองทำอะไรใหม่ๆ

การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะทำให้สมองสร้างการเชื่อมต่อระหว่าง Neuron เราควรจะออกไปจากพื้นที่คุ้นเคย และทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นบ้าง

การบริหารสมองเป็นเรื่องง่าย เกม หมากรุกหรือไพ่ หรือการออกจากบ้านไปพบปะผู้คน เข้าสังคมและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะบริหารสมอง

ความเครียดเป็นสาเหตุที่ทำให้เราแก่เร็ว งานวิจัยจาก Heidelberg University ที่สัมภาษณ์คนโดยให้แก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนเป็นเวลา 30 นาที จากผลการตรวจตัวอย่างเลือดพบว่า ความเครียดจากการสัมภาษณ์ทำให้ร่างกายหลั่ง Antibodies เหมือนกับตอนที่ร่างกายหลั่งออกมาตอนที่ติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ซึ่งถ้ามีเชื้อโรคอยู่จริง ระบบภูมิต้านทานมันก็จะจำเป็น แต่ Antibodies ก็ทำลายเซลล์ปกติเช่นกัน ทำให้ร่างกายเราแก่ลงเร็วกว่าที่ควร

เราใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ต้องแข่งขันทำให้เราต้องกังวลตลอดเวลา ความเครียดเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อเราต้องเจอสภาวะที่อันตรายหรือมีปัญหาเกิดขึ้น

ในทางทฤษฎี ความเครียดเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ มันช่วยให้เราเอาตัวรอดจากสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตราย ตลอดช่วงเวลาของการวิวัฒนาการ มันช่วยให้เราเอาตัวรอดจากสัตว์นักล่าอื่นๆ ได้ ทำให้เราเอาชนะความท้าทายในแต่ละวันได้

แต่ความเครียดก็ทำให้ร่างกายเราอ่อนแอลง มันส่งผลร้ายต่อสมองโดยเฉพาะความทรงจำ ทำให้เกิดโรคนอนไม่หลับ โรคความดัน และโรคซึมเศร้า

ดังนั้น การลดความเครียด จึงเป็นสิ่งสำคัญของการมีชีวิตที่ยืนยาว ลองฝึก Mindfulness เล่นโยคะ หรือออกกำลังกายอย่างอื่น ทั้งหมดนี้มันจะช่วยให้ใจเราสงบลง ทำให้เราสำรวจร่างกายและจิตใจของเราได้ใกล้ชิดมากขึ้น

Mindfulness ใจที่สงบ มีสติ อยู่กับปัจจุบัน

Mindfulness คืออะไร ถ้าแยกคำออกมาแล้วหาความหมาย เราจะได้คำว่า Mind และ Fullness หรือใจและความเต็มเปี่ยม ตรงกันข้ามกับใจที่วุ่นวาย ไม่อยู่กับตัว หรือใจที่ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

มันคือการที่เรามีสติอยู่กับปัจจุบัน เราใส่ใจเต็มที่ ทำดีที่สุด ลองนึกถึงช่วงเวลาที่เรามองไปที่ทะเล เดินรอบเกาะ หรือฟังเพลงที่เราชอบ มันจะเป็นช่วงเวลาที่เราใส่ใจเต็มที่และตั้งใจฟัง

เมื่อไหร่ก็ตามที่เราได้ทำกิจกรรมที่เราชอบ มันจะทำให้เราลืมเวลา มันจะทำให้เราใส่ใจกับกิจกรรมที่เราทำในขณะนั้น ดังนั้น Mindfulness คือการที่เรารู้ตัว และให้ความสนใจกับสิ่งที่เราทำอยู่ในขณะนั้น

การเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบัน ไม่คิดถึงอดีตที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไม่คิดถึงอนาคตที่มันยังไม่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นการปฏิเสธอดีตหรือหลีกเลี่ยงอนาคต ใจเราที่คิดเรื่อยเปื่อยมันเป็นเรื่องปกติ บางครั้งเราไม่สบายใจ ไม่พอใจ ไม่เชื่อใจ มันคือสิ่งที่สมองเราคิด เราไม่สามารถแก้ไขมันได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการรู้ตัว รู้ว่าตอนนี้เรากำลังคิดอะไร รู้ว่าเรารู้สึกยังไง และมีอะไรที่ทำให้เราเป็นคนใจไม่เต็ม

วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ว่าเราจะนับถือศาสนาอะไร จะมีหรือไม่มีความเชื่อ เราก็สามารถนำ Mindfulness มาใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงบวกได้ ถึงจะมีที่มาจากการฝึกปฏิบัติในพุทธศาสนา แต่ในปัจจุบัน Mindfulness เป็นผลของการเชื่อมโยงแนวคิดระหว่างศาสตร์ตะวันตกและศาสตร์ตะวันออกเข้าด้วยกัน วัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลาย ทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ ตะวันตกและตะวันออก จิตวิญญาณและวิทยาศาสตร์

การฝึก Mindfulness เป็นประจำช่วยให้ลดความเครียด ลดความดันเลือด ลดความวิตกกังวล ลดอาการบาดเจ็บ ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ ช่วยให้เลิกเสพติด ช่วยให้เราทำงานได้ในภาวะกดดัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความจำ ทำให้เราตื่นตัว มีสมาธิตั้งใจเรียนรู้

วิธีบำบัดแบบ Logotherapy

การค้นหาเป้าหมายหรือความหมายของชีวิตจะช่วยทำให้เติมเต็มความว่างเปล่า วิธีการบำบัดแบบ Logotherapy จะช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดค้นพบเหตุผลของการมีชีวิตอยู่

การบำบัดจะอยู่บนพื้นฐานที่ว่า เราแต่ละคนต่างมีเหตุผลของการมีชีวิต แรงกระตุ้นของการใช้ชีวิตจะทำให้เราค้นหาความหมายของมัน และเราต่างก็มีอิสระในการค้นหา

เราไม่ได้สร้างเป้าหมายหรือความหมายของชีวิต แต่เราค้นพบมัน เราแต่ละคนอาจจะมีเป้าหมายต่างกัน และเปลี่ยนแปลงตามเวลาที่ผ่านไป

การบำบัดจะมีอยู่ 5 ขั้นตอน

  1. ทำให้ผู้เข้ารับการบำบัดรู้สึกว่างเปล่า สับสนหรือหงุดหงิด
  2. ทำให้ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าใจว่า ความรู้สึกเหล่านั้นมันคือความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่มีความหมาย
  3. ผู้เข้ารับการบำบัดค้นพบเป้าหมายของชีวิต
  4. ผู้เข้ารับการบำบัดตัดสินใจที่จะยอมรับเป้าหมายนั้นด้วยความเต็มใจ
  5. เป้าหมายของชีวิตจะช่วยทำให้ผู้เข้ารับการบำบัดเอาชนะอุปสรรคหรือความเสียใจได้

หลายอย่างที่เรามีมันจะถูกพรากจากเราไปได้ แต่สิ่งเดียวที่จะยังคงอยู่กับเราต่อไปคือ อิสระ ที่จะทำให้เราเลือกทางเดินชีวิตได้เอง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์อะไร

วิธีบำบัดแบบ Morita therapy

ความกังวล ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ความเครียด กลายเป็นเรื่องปกติที่เราจะต้องเจอในชีวิต บางคนอาจจะหลีกเลี่ยงได้ แต่หลายคนที่ต้องทำงานหนัก ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงมันได้

ที่ญี่ปุ่นมีวิธีบำบัดเฉพาะที่เรียกว่า Morita therapy คิดค้นโดย Shoma Morita ที่ช่วยให้จัดการกับความกังวล ความเครียด และความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้

วิธีบำบัดนี้ จะให้เราตั้งใจดูและยอมรับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องพยายามเปลี่ยนแปลงมัน ไม่ต้องพยายามกำจัดมันไป จากนั้นจะมีวิธีที่ทำได้เกิดอารมณ์ความรู้สึกใหม่ อารมณ์เชิงบวก และค่อยๆ แทนที่อารมณ์เดิม

เราไม่ได้สร้างอารมณ์ความรู้สึกให้เกิดขึ้น แต่มันเข้ามาหาเราเอง ดังนั้นเราจึงควรยอมรับมันไว้

การบำบัดจะมีอยู่ 4 ขั้นตอน

  • การแยกตัวและการพัก ประมาณ 5-7 วัน อยู่แต่ในห้อง ไร้สิ่งรบกวน ห้ามใครรบกวน ยกเว้นผู้ดูแล ผู้เข้ารับการบำบัดจะมีโอกาสได้อยู่กับความคิดของตัวเอง สัมผัสอารมณ์ของตัวเองที่เข้ามาและผ่านไป
  • เริ่มเอากิจกรรมเบาๆ ให้ผู้เข้ารับการบำบัดได้ทำในแต่ละวันอย่างเงียบๆ เช่น การเขียนบันทึก การเดินออกไปข้างนอกเพื่อสัมผัสธรรมชาติ หรือการฝึกหายใจ ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 5-7 วัน
  • เริ่มเอากิจกรรมที่ต้องออกแรงและใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น การตัดฟืน การวาดภาพ กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยสร้างให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกแบบใหม่ ผู้เข้ารับการบำบัดจะเริ่มรู้สึกถึงการมีส่วนร่วม เบิกบาน จิตใจสงบ ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 5-7 วัน
  • การกลับเข้าสู่โลกเดิม สังคมเดิม แต่ด้วยความคิดแบบใหม่ ด้วยใจที่มีความสงบและมีเป้าหมาย

การได้พักอย่างเพียงพอ และการมีพื้นที่ ที่ให้เราได้หลบหนีจากสิ่งรบกวนและความวุ่นวาย จึงเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนั้นเรายังต้องการเป้าหมายของชีวิตที่ทำให้เรามุ่งมั่นตั้งใจ

Flow และกิจกรรมที่ช่วยชะลอวัย

กิจกรรมที่เราทำจนลืมเวลา ที่มันทำให้เรารู้สึกสนุก ทำให้เรามุ่งมั่นตั้งใจ ทำให้เราเข้าถึง Flow กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยทำให้เราอยากจะมีชีวิตยืนยาว เพื่อที่เราจะได้ทำกิจกรรมนั้นได้ตลอดไป

Flow เป็นสภาวะที่เรามุ่งมั่นตั้งใจ เมื่อเราได้ทำสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสนุก มันจะทำให้เราลืมเวลา ลืมสิ่งอื่นๆ ได้ทั้งหมด

ตรงข้ามกับกิจกรรมที่เราฝืนทำ งานที่เราไม่อยากทำแต่ก็ต้องทำให้เสร็จ สิ่งที่เราทำเพียงแค่ไม่กี่นาที แต่รู้สึกว่ามันนานเป็นชั่วโมง ทำให้เราต้องคอยดูนาฬิกาอยู่ตลอด เมื่อไหร่จะถึงเวลาเลิก ไอน์สไตน์ก็บอกไว้ว่า

เอามือวางบนเตาร้อนแค่นาที มันจะนานเหมือนชั่วโมง นั่งกับสาวที่ชอบเป็นชั่วโมง เหมือนผ่านไปแค่นาทีเดียว

กิจกรรมที่ทำให้เราเข้าสู่สภาวะ Flow ได้นั้น จะต้องไม่เป็นกิจกรรมที่ง่ายเกินไป ที่มันจะทำให้เรารู้สึกเบื่อเร็วและเลิกสนใจ และจะต้องไม่ยากเกินไป ที่จะทำให้เราหยุดชะงัก เกิดความเครียด จนท้อแท้และล้มเลิก

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไรที่เราทำ เราจึงควรเริ่มต้นจากจุดที่เราอยู่ เริ่มในระดับที่ไม่ง่ายเกินไป และไม่ยากเกินไป ต้องเป็นระดับที่มีความตื่นเต้นและท้าทาย ที่มันจะทำให้เราได้รับรางวัลจากการทำสิ่งที่มันยากๆ ได้สำเร็จ

การที่เราจะเข้าสู่ Flow ได้นั้น เราจะต้องมีสิ่งเหล่านี้

  1. รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง มีจุดประสงค์แน่ชัด
  2. รู้ว่าต้องทำยังไง
  3. รู้ว่าเราทำได้ดี
  4. รู้ว่าต้องไปทางไหน
  5. มีความท้าทาย
  6. มีความสามารถพอที่จะทำสำเร็จ
  7. ไม่มีสิ่งรบกวน ไม่ทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน

กินอาหารที่หลากหลาย ไม่กินจนอิ่ม กินอาหารแค่ 80%

ชาว Okinawa กินอาหารที่หลากหลายมากโดยเฉพาะผักและผลไม้ อาหารพื้นเมืองบนเกาะนี้ก็มีมากถึง 206 ชนิด ในแต่ละวัน คนที่นี่จะกินอาหารที่แตกต่างกันถึง 18 ชนิด และกินผักและผลไม้ที่ต่างกันถึง 5 ชนิด และได้รับแคลอรี่จากผักมากกว่า 30% เค้ามีวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้มั่นใจว่าได้รับสารอาหารครบ คือการกินอาหารให้ครบตามสีรุ้ง

อาหารของชาว Okinawa เป็นอาหารพื้นๆ ธรรมดา อาหารที่ประกอบไปด้วยเมล็ดพันธุ์พืช ส่วนข้าวและก๋วยเตี๋ยวก็เป็นอาหารหลักของคนที่นี่เช่นกัน เค้าจะไม่เน้นการปรุงอาหารที่ต้องใช้เกลือหรือน้ำตาล ทำให้ของหวานเป็นของหายาก

กินอาหารให้อิ่มแค่ 80% เมื่อเรารู้สึกว่าอิ่มแต่ยังกินต่อได้ ก็ให้หยุดกิน การหยุดกินก่อนอิ่มจะทำให้มีช่วงเวลาที่หิวข้าว การกินจนอิ่มจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก และเร่งให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในเซลล์มากขึ้น ปฏิกิริยาออกซิเดชันจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระได้หลายชนิด และอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น จะทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันกับสารอื่นๆ เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อไป

หลีกเลี่ยงไม่กินของหวานหรือลดปริมาณลง ความพึงพอใจที่เราได้กินของหวานมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว ในระยะยาวใจเรารู้ดีว่าการกินของหวานมันจะไม่ดีต่อร่างกายของเรา

มันอาจจะยากที่เราจะรู้ตัวว่ากินอาหารได้ 80% แล้ว วิธีที่ดีที่จะช่วยให้เรากินน้อยลงคือ การตักอาหารใส่ภาชนะขนาดเล็กๆ

การกินอาหารปริมาณน้อยๆ เป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกาย การลดปริมาณอาหารที่ให้แต่พลังงานหรือแคลลอรี่ลง และพยายามกินอาหารให้หลากหลายมากขึ้นเพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารครบ การลดอาหารประเภทโปรตีน เป็นผลดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะโปรตีนประเภท Insulin-like growth factor เพราะถ้าร่างกายเรามีโปรตีนประเภทนี้มากเกินไปก็จะมีผลเสียต่อร่างกาย ทำให้แก่เร็ว ถ้าเราไม่ใช่เด็ก เราก็ไม่ควรกินอาหารที่มันส่งเสริมการเจริญเติบโตมากเกินไป เราควรหลีกเลี่ยงและไปกินอาหารที่มีความหลากหลายมากขึ้น

ถ้าการกินอาหารให้อิ่มแค่ 80% เป็นเรื่องยาก ก็ลองใช้อีกทางเลือก นั่นคือการงดอาหาร งดอาหารโดยการกินน้อยลง 2 วัน ส่วนที่เหลืออีก 5 วันก็กินปริมาณปกติ การงดอาหารจะช่วยทำให้ร่างกายสะอาด ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารได้พักและซ่อมแซมตัวเอง

กินอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ชาเขียวประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสารช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยในการไหลเวียนของเลือด และยับยั้งการติดเชื้อได้อีกด้วย

นอกจากนั้นชาเขียวของชาว Okinawa ยังมีส่วนประกอบของมะลิ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ และยังเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันโรคอีกด้วย

แต่ถ้าใครไม่ชอบชาเขียว ก็สามารถดื่มชาขาวได้ เพราะชาขาวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเชียวซะอีก

ส้ม Shikuwasa เป็นที่นิยมของชาว Okinawa อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นยังมีส่วนประกอบของ Nobiletin ที่มากกว่าส้มหรือมะนาวชนิดอื่นๆ ถึง 40 เท่า แต่ผลไม้ชนิดนี้มีความเป็นกรดสูงมาก ดังนั้นจึงต้องเจือจางก่อนดื่ม

ถึงเราจะไม่มีโอกาสได้กินผลไม้ของชาว Okinawa แต่เราก็ยังสามารถกินผักผลไม้หรืออาหารทดแทนชนิดอื่นๆ ได้ เช่น บล็อกโคลี่ ปลาแซลมอน สตรอว์เบอร์รี แอปริคอท ก็อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน

การเคลื่อนไว การขยับร่างกาย ปัจจัยสำคัญของการมีอายุยืน

คนที่อายุยืนไม่ได้เป็นคนที่ออกกำลังกายหนักมาก แต่เป็นคนที่ขยับตัวเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย

การขยับร่างกาย การเคลื่อนไหวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อายุยืนและทำให้มีความสุข การออกกำลังกายเบาๆ ง่ายๆ เช่น การเดินรอบหมู่บ้าน การทำสวน หรือการร้องเพลงคาราโอเกะ สิ่งสำคัญอยู่ที่การได้ทำกิจกรรมอยู่ตลอดเวลา ขอเพียงแค่ได้ขยับร่างกายเป็นประจำ ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักๆ

การนั่งอยู่เฉยๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพ การนั่งแค่ครึ่งชั่วโมง ก็ทำให้อัตราการเผาผลาญพลังงานลดลงถึง 90% การทำงานของเอนไซม์ที่ลำเลียงไขมันไปที่กล้ามเนื้อเพื่อเผาผลาญก็ลดน้อยลง และหลังจากนั่งนานๆ 2 ชั่วโมง ไขมันดีในร่างกายก็จะลดลง 20%

แต่เราก็สามารถป้องกันได้ด้วยการลุกทุกๆ ครึ่งชั่วโมง การลุกขึ้นยืนขยับตัวแค่ 5 นาที ก็ช่วยให้เราชดเชยผลร้ายของการนั่งนานๆ ได้ แต่การใช้ชีวิตในเมือง การที่ต้องนั่งทำงานในออฟฟิส ทำให้หลายคนนั่งนานจนชิน ไม่รู้ตัวและไม่ฝึกลุกออกจากที่นั่ง

ไทชิ หรือ ไทเก๊ก การเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่อง ผ่อนคลาย นุ่มนวล และโอนอ่อน ช่วยในการบำบัดโรคทางกายและใจ ช่วยชะลอและป้องกันโรคกระดูกพรุนที่ความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลง และโรคพาร์กินสันหรือโรคความเสื่อมของสมอง นอกจากนั้นยังช่วยไม่ให้เครียดและป้องกันโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย

การบริหารร่างกายที่เรียกว่า Radio taiso ที่ลานกว้างหรือสวนสาธารณะของชุมชน กิจกรรมบริการร่างกายง่ายๆ ในตอนเช้าของชาว Okinawa เพียงแค่ยกมือและแขนขึ้นเหนือหัว จากนั้นจึงค่อยๆ ลดระดับลง เคลื่อนไหวเป็นวงกลม มือและแขนอยู่ข้างลำตัว ช่วยให้บริหารข้อต่อ ช่วงมือ แขนและหัวไหล่

นอกจากนั้น การฝึกโยคะที่มีต้นกำเนิดจากอินเดีย และชี่กงของจีน ก็เป็นสิ่งที่นิยมในญี่ปุ่นเช่นกัน

คำแนะนำจากคนที่อายุยืน

คำแนะนำจากชาว Okinawa ถ้าอยากมีชีวิตที่ยืนยาวก็ต้องรับฟังคำแนะนำจากคนที่มีชีวิตยืนยาว

  • อย่ากังวลมาก ยิ้มอย่างจริงใจ ทักทายคนอื่นๆ อยู่เสมอ มันจะทำให้เรารักษามิตรภาพเอาไว้ได้ยาวนาน มิตรภาพที่มั่นคงมันจะทำให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวได้
  • ไม่ควรเครียดหรือกังวลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะเราเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้แล้ว เราควรจะยินดีกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ แล้วเราจะรู้ว่าสิ่งที่เรามีนั้น มันมีเยอะมากกว่าที่เราคิด
  • สร้างนิสัยตื่นนอนแต่เช้า มันจะทำให้เรามีช่วงเวลาที่เงียบในตอนเช้า ทำให้เราได้มีเวลาดื่มชา ทำความสะอาดบ้าน หรือทำสวน
  • ปลูกพืชผักและทำอาหารเอง ช่วยให้เรามีสุขภาพดีได้
  • รักษามิตรภาพที่ดีเอาไว้ พบปะพูดคุยกับเพื่อนบ้านอยู่เสมอ

สรุป

การมีชีวิตที่ยืนยาวนั้นขึ้นอยู่กับการกินอาหารที่ดีและการออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากนั้นยังต้องใช้ชีวิตที่ยืนยาวนั้นให้มีเป้าหมายอีกด้วย ikigai จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจ ช่วยกระตุ้นเตือนเรา ให้ตื่นและลุกออกจากเตียงในตอนเช้าทุกวัน

เราแต่ละคนอาจจะมี ikigai ที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่เรามีเหมือนกันนั่นคือ เราต่างก็ค้นหาความหมายในชีวิต เมื่อเราใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีความหมาย มันจะทำให้เรารู้สึกเติมเต็ม แต่ถ้าเราใช้ชีวิตไปวันๆ อยู่อย่างโดดเดี่ยว เราก็จะรู้สึกสิ้นหวัง

ชีวิตในเมืองสมัยใหม่ ทำให้เราตัดขาดจากธรรมชาติ พลังของเงิน อำนาจ และสิ่งยั่วยุทั้งหลายมันจะบีบบังคับและทำให้เราต้องใช้ชีวิตที่ไม่มีความหมาย แต่ความอยากรู้อยากเห็นของเราจะเป็นพลังที่จะใช้ต่อต้าน และนำทางให้เราค้นหา ikigai  ของเรา ให้เราทำในสิ่งที่ชอบ ให้เราหนีให้ไกลจากสิ่งที่เราไม่ชอบ

การค้นหา ikigai  มันไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้ายังหาไม่เจอก็อย่ากังวลกับมันมาก ให้คิดซะว่า ikigai  ของเราคือการค้นหา ikigai มันคือการค้นหาความหมายของการใช้ชีวิตของเรา ขอแค่เราได้ทำในสิ่งที่เรารักและอยู่รอบๆ คนที่รักเราก็พอ

คำแนะนำ 10 อย่างที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดี

  • อย่าอยู่เฉยๆ อย่าหยุดทำงาน แต่ขอให้ทำในสิ่งที่เรารักต่อไป สิ่งที่ทำให้เรารับรู้ถึงเป้าหมายในชีวิต สิ่งที่มันมีคุณค่า ทำไปเรื่อยๆ ช่วยเหลือคนอื่นๆ สร้างและทำให้เกิดคุณค่า ทำให้เกิดความงาม
  • อย่ารีบเร่ง เพราะการทำอะไรเร็วๆ มันจะทำให้เราสูญเสียคุณภาพของชีวิต ค่อยๆ ไปอย่างช้าๆ แล้วเราจะไปได้ไกลมากขึ้น ถ้าเราใช้ชีวิตที่ช้าลง เราก็จะค้นพบความหมายของชีวิตได้เร็วขึ้น
  • อย่ากินอิ่มมากไป ปล่อยให้ท้องมีเวลาว่างบ้าง ให้ร่างกายได้หยุดพักและซ่อมแซมตัวเองบ้าง
  • อยู่กับเพื่อนที่ดี เพื่อนคือยารักษาโรคที่ดีที่สุด การพูดคุยกับเพื่อนทำให้เราคลายความกังวล เล่าความฝันและแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้คำแนะนำดีๆ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาร่างกายให้กระฉับกระเฉง การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารที่ทำให้เรามีความสุข เช่น โดปามีน เอนโดฟิน
  • ยิ้มอยู่เสมอ ทัศนคติที่ดี ใจที่เบิกบาน จะทำให้เราผ่อนคลาย ทำให้เราสร้างมิตรภาพได้ง่าย
  • กลับเข้าหาธรรมชาติ ให้ธรรมชาติเยียวยา ชาร์ตแบตให้ตัวเอง
  • ขอบคุณธรรมชาติที่ให้เราได้สูดอากาศดีๆ มีอาหารให้กิน ขอบคุณในความโชคดีที่เรามีชีวิตชีวา
  • อยู่กับปัจจุบัน อย่าเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว สิ่งที่เราแก้ไขไม่ได้ และอย่ากังวลกับอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น ทำวันนี้ให้เต็มที่ ทำให้วันนี้เป็นวันที่น่าจดจำ
  • ค้นหา ikigai ความรัก ความหลงใหลที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรา ค้นหามันให้เจอ แล้วให้มันนำทางเราไป แต่ถ้าเรายังค้นหา ikigai  ไม่เจอ ก็อย่าไปกังวล เพราะ ikigai  ของเราอาจจะเป็นการค้นหา ikigai  นั่นเอง ขอให้ใช้ชีวิตที่มีความสุข ชีวิตที่เบิกบาน

หนังสือที่เราแนะนำ

Ikigai: The Japanese Secret to a Long and Happy Life

The Little Book of Ikigai : อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่

Like what you read? Please share it with your friends so we can get their thoughts!

Previous ArticleNext Article