การพัฒนาตนเอง

คุณเป็นผู้ให้หรือผู้รับ? เรียนรู้วิธีที่จะทำให้ตัวเราและองค์กรประสบความสำเร็จ

วิธีที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จคือการช่วยให้คนอื่นๆ ประสบความสำเร็จ Adam Grant นักจิตวิทยาองค์กร นำเสนอข้อมูลที่พิสูจน์ได้ว่า องค์กรจะได้รับประโยชน์จากการที่มีพนักงานที่เป็นผู้ให้ คนที่ชอบช่วยเหลือและช่วยให้เพื่อนร่วมงานประสบความสำเร็จ นอกจากนั้นองค์กรยังต้องหาทางกำจัดพนักงานที่เป็นผู้รับออกไปจากองค์กร เพราะคนกลุ่มนี้จะทำให้คนในองค์กรเกิดความกังวล

ในองค์กรจะมีพนักงานอยู่ 3 แบบ คือคนที่เป็นผู้ให้ (Giver) คนที่เป็นผู้รับ (Taker) และคนที่จะให้เมื่อได้รับ (Matcher) องค์กรจะประสบความสำเร็จได้ จะต้องสร้างวัฒนธรรมของการให้

ผู้ให้จะชอบช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ให้ประสบความสำเร็จ มักจะถามคนอื่นอยู่เสมอว่า มีอะไรที่เราช่วยได้บ้าง ในขณะที่ผู้รับจะสนใจแต่ผลประโยนช์ของตนเอง และมักจะถามคนอื่นๆ ว่า จะทำอะไรให้เราได้บ้าง ส่วนคนที่ให้เมื่อได้รับ มักจะตอบแทนคนอื่นๆ หลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือ

ผู้ให้ทำผลงานได้ดีที่สุดและแย่ที่สุด

จากการสำรวจพนักงานกว่า 3 หมื่นคน ในองค์กรต่างๆ เค้าพบว่า คนส่วนใหญ่จะเป็น Matcher คือเป็นคนที่ให้ได้ ก็ต่อเมื่อรู้ว่าจะได้อะไรกลับ จะช่วยเหลือคนอื่นหลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือ

จากข้อมูลที่เค้านำเสนอ ผู้ให้มักจะเป็นคนที่ทำผลงานได้แย่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวิศกร เซลล์ขายของ หรือนักเรียนแพทย์ เพราะคนกลุ่มนี้ใช้เวลาของตัวเองช่วยเหลือคนอื่นๆ จนบางครั้งทำให้ตัวเองเดือดร้อน

คนที่ให้เมื่อได้รับ ไม่ได้เป็นคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุด ส่วนคนที่เอาแต่รับ ก็ไม่ได้ทำผลงานได้ดีที่สุดเช่นกัน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นแก่ตัว เอาแต่รับอย่างเดียว ก็จะถูกคนกลุ่ม Matcher ลงโทษ

เป็นเรื่องแปลกที่ ผู้ให้ เป็นคนที่ทำผลงานได้แย่ที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ในกลุ่มของผู้ให้ ก็มีคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเช่นกัน

และถึงแม้ว่าการประเมินผลงานส่วนบุคคล ผู้ให้จะทำผลงานได้ไม่ดี แต่ในภาพรวม ผู้ให้จะเป็นคนที่ช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จ ดังนั้นองค์กรจึงต้องดูแลและตอบแทนผู้ให้ ส่งเสริมให้เค้ารู้จักขอความช่วยเหลือบ้าง

ผลกระทบจากการที่มีคนรับ

ถ้ามีคนรับอยู่ในองค์กร จะทำให้คนอื่นๆ กังวลว่าถ้าเราเป็นฝ่ายให้ ก็จะทำให้มีคนที่เห็นแก่ตัว และรอรับอย่างเดียว แต่ถ้าองค์กรที่มีวัฒนธรรมของการให้ มันจะทำให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่ไร้ความกังวล ผู้ให้ก็จะให้ได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนเห็นแก่ตัว

ในกลุ่มคนที่เป็นผู้ให้ มีทั้งคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุด และแย่ที่สุด ในองค์กร ถ้าไม่มีใครกล้าที่จะขอความช่วยเหลือ คนอื่นๆ ก็จะไม่เสนอที่จะให้ความช่วยเหลือ ทั้งๆ ที่มีหลายคนที่พร้อมจะให้ และพร้อมจะช่วยเหลือ ขอเพียงให้รู้ว่ามีคนต้องการ

สร้างวัฒนธรรมของการให้

องค์กรจะประสบความสำเร็จถ้าสามารถ

  • ปกป้องไม่ให้ผู้ให้ เดือดร้อนและเหนื่อยล้าจากการช่วยเหลือคนอื่นๆ เพราะผู้ให้มักจะกลายเป็นคนที่เหน็ดหนื่อยจากการทำงานได้ง่าย
  • ส่งเสริมให้ผู้ให้รู้จักขอความช่วยเหลือ หลายคนไม่ชอบขอความช่วยเหลือ เพราะจะถูกมองว่าไม่มีความสามารถ เราต้องทำให้เค้ารู้ว่า การถามหรือการขอให้คนอื่นช่วยบ้าง เป็นสิ่งที่เค้าทำได้
  • การจ้างคนที่เป็นผู้ให้เข้ามาในทีมเป็นสิ่งสำคัญ แต่การกำจัดคนที่เอาแต่รับอย่างเดียวออกไปจากทีมยิ่งสำคัญกว่า เพราะการที่มีคนที่เอาแต่รับอย่างเดียว 1 คน มันมีผลกระทบในแง่ลบมากกว่าผลประโยชน์จากการที่มีผู้ให้ในทีม 3 คน

กำจัดคนที่เอาแต่รับ

การจะดูว่าใครเป็นผู้รับอย่างเดียวเป็นเรื่องยาก เพราะคนรับอาจจะไม่แสดงออกในตอนแรก หรือบางครั้งก็เป็นคนที่ดูท่าทางใจดี พูดจาดี มีมนุษยสัมพันธ์ดี เห็นด้วยกับทุกคน

เราสามารถใช้บุคลิกภาพในเรื่องของ การยอมรับ (Agreeableness) เพื่อแบ่งสไตล์ของคนได้เป็น 4 แบบ คือ

  • ผู้ให้ที่มักจะยอมรับ เป็นคนที่เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นเรื่องสำคัญ มักจะเดือดร้อนจากการที่ปฏิเสธใครไม่เป็น
  • ผู้รับที่มักจะยอมรับ มักจะเป็นคนที่หลอกลวง อาจจะทำเป็นเห็นด้วยในตอนแรกแต่ก็มีเจตนาที่ไม่ดีแอบแฝง
  • ผู้ให้ที่ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมใคร ถึงจะมีความคิดเป็นของตนเอง แต่ก็ชอบช่วยเหลือคนอื่นๆ เป็นคนที่เวลาพูดแล้วไม่มีใครอยากฟัง เพราะเค้ามีความคิดที่แปลกประหลาดกว่าคนอื่นๆ
  • ผู้รับที่ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมใคร

มีเทคนิคในการที่จะดูว่าใครเป็นคนที่รับอย่างเดียว ในตอนสัมภาษณ์งาน ลองให้ผู้สมัครงานนึกถึงคนในบริษัทเก่าที่เค้าเคยช่วยเหลือ คนที่เป็นผู้รับมักจะอ้างถึงคนที่เป็นระดับหัวหน้า ในขณะที่ผู้ให้มักจะอ้างถึงคนที่เป็นระดับล่าง เป็นน้องๆ ในทีมที่เค้าเคยช่วยเหลือ

ถ้าองค์กรมีวัฒนธรรมของการให้ มีคนที่ชอบช่วยเหลือให้คนอื่นๆ ให้ประสบความสำเร็จ ก็จะทำให้คนในองค์กรนั้นไร้ซึ่งความกังวล แต่ละคนก็จะให้ด้วยความเต็มใจ และไม่กลัวว่าจะมีคนเห็นแก่ตัว

สรุป

เราได้รู้จักพนักงานทั้ง 3 แบบ คือ ผู้ให้ ผู้รับ และคนที่ให้ก็ต่อเมื่อได้รับ สไตล์การทำงานของพนักงานแต่ละแบบมีผลต่อองค์กร การมีผู้รับจะทำให้เกิดความกังวลในองค์กร แต่คนกลุ่มนี้ก็จะถูกลงโทษเมื่อโดนจับได้ว่าเห็นแก่ตัว

ผู้ให้จะเป็นคนที่ทำผลงานได้แย่ที่สุด ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเช่นกัน และที่สำคัญ ผู้ให้จะเป็นคนที่ช่วยส่งเสริมให้องค์กรประสบความสำเร็จ

เราจะสร้างองค์กรที่มีวัฒนธรรมของการให้ ที่มีแต่คนใจกว้างได้โดยการปกป้องผู้ให้ ไม่ให้เค้าเดือดร้อนจากการช่วยเหลือคนอื่น ส่งเสริมให้ผู้ให้ รู้จักขอความช่วยเหลือ รับผู้ให้เข้ามาในทีม และกำจัดผู้รับออกไปจากทีม

Reference

Are you a giver or a taker?

Like what you read? Please share it with your friends so we can get their thoughts!

Previous ArticleNext Article

1 Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.