การพัฒนาตนเอง

ทัศนคติ 5 สี อธิบายด้วยการ์ดเกม Magic: The Gathering

การ์ดเกม Magic: The Gathering ที่สร้างโดย Richard Garfield แบ่งพลังออกเป็น 5 แบบแตกต่างกัน เราลองจับแต่ละสีมาอธิบายลักษณะและพฤติกรรมของคนได้ ช่วยทำให้เรามองเห็นทัศนคติของแต่ละคน เป้าหมายของแต่ละคน รู้ว่าแต่ละสีต้องการอะไร และทำให้เกิดความขัดแย้งยังไงบ้าง

ที่มาของความเข้าใจในแต่ละสีมาจากบทความของ Mark Rosewater ที่เขียนอธิบายเกี่ยวกับแต่ละสีไว้ในเว็บ Magic: The Gathering เราเห็นว่าสีต่างๆ ที่ใช้ในระบบเกมมันน่าสนใจ ให้ลองอ่านขำๆ มันอาจตรงหรือไม่ตรงก็ได้ อย่าคิดมาก

ขาวต้องการสันติภาพ

จุดมุ่งหมายของขาวคือสันติภาพ ความสงบสุข โดยยึดหลักการทำเพื่อส่วนรวม สามัคคีคือพลัง ความเป็นระเบียบมีวินัย ขาวมองว่าโลกนี้จะไม่สงบสุขถ้ามีคนเห็นแก่ตัว คนที่ทำตามใจตัวเอง

ขาวมองรอบๆ และเห็นโลกที่มีแต่ความทุกข์ คนที่หลงผิด คนที่ลำบากยากเข็ญ แต่โลกนี้ก็ยังมีหวัง ยังพอมีทางแก้ไขปัดเป่าความทุกข์ยาก ทุกคนสามารถที่จะได้ในสิ่งที่จำเป็น ความทุกข์เป็นผลของการที่คนเห็นแก่ตัว เอาตัวรอดเพียงลำพัง และไม่เห็นแก่ส่วนรวม

ขาวต้องการสร้างโลกที่ปราศจากความทุกข์ โลกที่มีแต่ความดีงาม ดีพร้อมสำหรับทุกคน สิ่งสำคัญคือสอนให้ทุกคนรู้และให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมก่อนเสมอ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียสละประโยชน์ส่วนตนก็ตาม

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วยกับแผนการนี้ และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนเห็นแก่ตัว เอาความปรารถนาของตนเองมาก่อน แผนการนี้มันก็จะพัง นั่นหมายถึงขาวต้องทำงานหนักที่จะให้ทุกคนเข้าใจความสามัคคี และทำให้ทุกคนเห็นภาพรวม

น้ำเงินต้องการความสมบูรณ์แบบ

น้ำเงินเชื่อว่าทุกคนเกิดมาพร้อมกับศักยภาพที่จะเป็นอะไรก็ได้ จุดมุ่งหมายของชีวิตคือการเข้าใจ การค้นหาสิ่งที่ตนเองต้องการ จากการศึกษา จากประสบการณ์และเครื่องมือ เป้าหมายไม่ใช่การเรียนจบ แต่ชีวิตคือการเรียนรู้ ชีวิตมันจะมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงปรับแต่งอยู่เสมอ การเดินทางของชีวิตคือการค้นพบตัวตน เพื่อการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และมันจะเกิดขึ้นได้ในสังคมที่ให้การสนับสนุนการศึกษา

น้ำเงินเป็นคนที่เปิดกว้างยอมรับสิ่งใหม่ๆ และไม่ผลีผลาม ต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจลงมือทำ เป็นคนที่มีวิธีการและเน้นความแม่นยำ เชื่อมั่นในศักยภาพของแต่ละคน สนใจเทคโนโลยี และต้องเป็นเทคโนโลยีล้ำหน้าเท่านั้น

ดำต้องการอำนาจ

ดำมองโลกในแบบที่มันเป็น มองว่าแต่ละคนสามารถจะทำอะไรก็ได้ที่ต้องการ อำนาจจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันทำให้เราสามารถเข้าควบคุมชีวิต บงการชีวิตคนอื่น ทำให้ตนเองมีความสุข

ดำไม่ได้โลภ แต่โลกนี้มันมีความโลภอยู่แล้ว แต่ดำแค่ใช้ประโยชน์จากมัน และทำได้ดีกว่าเท่านั้นเอง ทุกคนมีความโลภไม่เคยพอกันอยู่แล้ว

ดำเข้าใจโลกและยอมรับความจริง ดำไม่เล่นตามกฎกติกาของใคร ไม่มีข้อจำกัด ไม่มีข้อห้ามที่จะขัดขวาง ดำมองว่าข้อห้ามมันเป็นตัวการที่ทำให้เรื่องยุ่งยากมากขึ้น

ดำมองว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่มีใครที่ไหนที่จะมาดูแลเราได้ดีกว่าตัวเราเอง และถ้าทุกคนต่างดูแลตนเองได้ดี ก็จะไม่ต้องให้คนอื่นมาช่วยดูแล ดำทำให้เกิดระบบที่ทุกคนต่างดูแลตัวเอง และนอกจากนั้น ดำยังปล่อยให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน โอกาสที่จะประสบความสำเร็จ

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสำเร็จ และก็ไม่ใช่เพราะว่าคนแบบดำ แต่เพราะโลกมันก็เป็นแบบนี้แหล่ะ

คนอ่อนแอก็ต้องพ่ายแพ้ไป ไม่ต้องเสียเวลาไปช่วยโอบอุ้มคนเหล่านี้ เพราะถ้าฝืนไปยุ่ง ก็อาจจะทำให้ล้มเหลวตามกันไป ดำไม่มองเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่สนใจใคร สิ่งที่ต้องการคือความสำเร็จเท่านั้น และถ้าคนอื่นทำไม่ได้ ก็สมควรแล้ว คนอื่นๆ มองดำว่าไร้หัวใจ แต่ดำมองว่านี่แหล่ะคือความจริง อย่าอ่อนต่อโลก

เมื่อมีคนทุกข์ยาก มันไม่ใช่เพราะดำทำให้เกิดขึ้น แต่เพราะชีวิตมันเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอความทุกข์ ดำเป็นคนที่มองเห็นความจริงข้อนี้

แดงต้องการอิสระภาพ

จุดมุ่งหมายของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ไหน แต่อยู่ที่การได้ทำสิ่งที่ตนเองต้องการ ความเป็นอิสระเสรี ได้ลองเอง ได้ทำผิดพลาดเอง ได้รับผิดชอบเอง ได้ทำสิ่งที่เติมเต็มชีวิตนี้ สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ฟังสิ่งที่ใจปรารถนา และลงมือทำโดยไม่รีรอ

อย่ามัวแต่คิด อย่ามัวแต่รอคนอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องคิดมาก ไม่จำเป็นต้องรอใคร ทำสิ่งที่ใจเรารู้ สิ่งที่ใจปรารถนา

ชีวิตนี้คือการผจญภัย สิ่งสำคัญคือปลดปล่อยตัวเองและฟังเสียงหัวใจ ให้อารมณ์พาไป ถ้ามีความสุขก็ยิ้มมันออกมา ถ้าเศร้าก็ร้องไห้ ถ้าโกรธก็ทุบตีขว้างปาสิ่งของ ถ้ากลัวก็วิ่งหนี ถ้ากล้าก็สู้สุดใจ

หลายคนเสียใจเมื่อนึกย้อนกลับไปยังอดีต เสียใจที่ไม่ได้ทำสิ่งที่ใจอยากทำ แต่แดงไม่ใช่แบบนั้น แดงใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน แดงรู้ว่าถ้าได้ติดสินใจทำแล้ว จะไม่หันกลับมามองอีก เพราะจะพยายามทำให้การตัดสินใจครั้งนั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

นั่นคือสิ่งที่แดงต้องการ ใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองต้องการ

แต่แดงก็ไม่ใช่คนที่โดดเดี่ยว เพราะแดงรู้ดีว่าส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต คือความสัมพันธ์ระหว่างกัน แดงมีใจรัก จริงใจ ซื่อสัตย์ ทำให้แดงผูกพันกับคนอื่นๆ เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น แดงคือคนที่จะเป็นที่พึ่งให้หลายคนในยามจำเป็น

คนทั่วไปอาจจะมองแดงว่าเป็นพวกเอาแต่ใจตัวเอง ชีวิตยุ่งเหยิง ไร้ระเบียบวินัย แต่นั่นเป็นเพราะคนอื่นไม่เข้าถึงจิตใจที่แท้จริงของแดง ไม่รู้ถึงพลังที่ขับดันให้ใช้ชีวิตเต็มที่

เขียวต้องการการยอมรับ

ในขณะที่สีอื่นๆ ต่างก็ต้องการเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดีขึ้น แต่เขียวต้องการที่จะปกป้องและรักษามันเอาไว้ในแบบเดิม เพราะโลกมันดีและสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ความงดงามตามธรรมชาติไม่จำเป็นต้องปรับแต่งอะไรอีกแล้ว สิ่งสำคัญคือเราแค่ต้องรู้จักปล่อยวาง และรู้จักมองสิ่งดีๆ ที่อยู่ตรงหน้าเรา

เขียวเชื่อว่าเราแต่ละคนต่างเกิดมาพร้อมกับศักยภาพที่แตกต่างกัน ความลับของการมีชีวิตที่มีความสุขคือการค้นพบพรสวรรค์ของตนเอง และยอมรับมัน ยอมรับในสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เราเกิดมาเพื่อเป้าหมายบางอย่าง

แต่ละคนมีหน้าที่ที่ต้องทำ ไม่จำเป็นต้องค้นหาที่ไหน มันอยู่ใน DNA ของเรา มันอยู่ในยีนส์ของเรา เราแค่รู้จักมอง เราก็จะเห็นมัน

เขียวรู้จักมองภาพรวม ธรรมชาติมีโครงสร้างที่สวยงาม ส่วนหนึ่งของชีวิตคือการใช้ชีวิตทำหน้าที่ของตัวเอง เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ระบบที่ซับซ้อน

ความขัดแย้งระหว่างขาวและดำ

ขาวเชื่อในศีลธรรมและจรรยาบรรณ เชื่อว่าสังคมต้องปกป้องคนที่อ่อนแอ มันไม่ยุติธรรมที่คนหนึ่งใช้ชีวิตหรูหรา แต่อีกคนต้องอดอยาก ดังนั้นโครงสร้างทางสังคมจะต้องปกป้องและสนับสนุนคนที่ต้องการความช่วยเหลือ

ดำเชื่อในศักยภาพของแต่ละคน ให้โอกาสแต่ละคนได้ทำและได้รับรางวัล คนที่ทำคนนั้นก็จะได้ คนไหนทำมากกว่า คนนั้นก็ควรได้ผลตอบแทนมากกว่าเช่นกัน คนที่ควรยกย่องคือคนที่ทำงานหนัก

ความขัดแย้งระหว่างขาวและดำ คือการทำเพื่อส่วนรวมหรือจะทำเพื่อตนเอง สังคมควรให้ความสำคัญกับการลดปัญหา หรือควรจะให้ความสำคัญกับการกระตุ้นสร้างแรงผลักดัน จะสร้างสังคมแห่งการสงเคราะห์ หรือจะสร้างสังคมแห่งการเพิ่มศักยภาพ จะเอาความยุติธรรมหรือเอาโอกาส

ขาวมองความรับผิดชอบต่อสังคม คิดว่าดำไม่มีศีลธรรม ขาดจรรยาบรรณ สนใจแต่ตัวเอง เห็นแก่ตัว ขาวมองความขัดแย้งนี้เหมือนความดีงามและเลวร้าย

ดำมองว่าแต่ละคนควรรับผิดชอบตนเอง สร้างระบบที่ผลักดันให้ทุกคนมีโอกาสได้ทำสิ่งที่ดีที่สุด การให้ความช่วยเหลือคนที่อ่อนแอของขาว มันยิ่งทำให้คนเหล่านั้นอ่อนแอยิ่งกว่าเดิม ไม่ได้ผลักดันให้ชีวิตดีขึ้น ไม่พัฒนาตนเอง ดำมองความขัดแย้งนี้เหมือนการให้ความสงเคราะห์และการเพิ่มศักยภาพ

อยากได้สังคมที่ปราศจากผู้ยากไร้ หรือสังคมที่เต็มไปด้วยคนประสบความสำเร็จ

ความขัดแย้งระหว่างน้ำเงินและแดง

น้ำเงินเชื่อในพลังของความรู้ การพัฒนาตนเอง น้ำเงินต้องการสมาธิในการทำงาน ความระมัดระวัง และความอดทน ใช้หัวคิดมากกว่าที่จะใช้ใจรู้สึก เพราะมันจะนำพาไปยังทางที่ถูกต้องเสมอ

แดงเชื่อในอารมณ์ของตนเอง เชื่อและลงมือทำทันที ด้วยใจรัก สิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ความสุขคือการฟังเสียงหัวใจตัวเอง และไม่นึกย้อนกลับไปคิดเสียใจในภายหลัง ที่ไม่ได้ทำตามฝัน ไม่ได้เดินหรือทำตามใจ ใจเราเท่านั้นที่จะนำพาไปยังเส้นทางที่ถูกต้อง

สิ่งที่ทำให้คนเสียใจมากที่สุดคือการที่คนหนึ่งไม่ยอมฟังเสียงหัวใจตัวเอง คิดมาก รีรอ กลัว และไม่ยอมทำตามฝัน สุดท้ายต้องเสียใจภายหลัง เสียใจที่ไม่ได้ทำตามฝัน

ความขัดแย้งระหว่างน้ำเงินกับแดง คือการใช้หัวคิดและใช้ใจรู้สึก เราใช้เหตุผลหรืออารมณ์ในการตัดสินใจ เราปล่อยให้อารมณ์พาไปหรือคิดวิเคราะห์คาดการณ์ล่วงหน้า เราควรระมัดระวังหรือลุยซึ่งๆ หน้า อะไรที่มันจะทำให้เรามีความสุขในชีวิตมากกว่ากัน เหตุผลหรืออารมณ์ ลอจิกหรืออิมพัลส์

สำหรับน้ำเงินจะใช้เวลาไตร่ตรองอย่างดี ละเอียดรอบคอบ และมองว่าแดงขาดวิสัยทัศน์ นำพาชีวิตสู่อันตราย น้ำเงินมองว่าแดงไม่ระมัดระวัง บุ่มบ่าม

สำหรับแดงจะยึดสิ่งที่มันสำคัญกับตัวเองที่สุด และลงมือทำทันที แดงมองน้ำเงินเป็นพวกใจเย็น เย็นชา เฉยเมย ไร้หัวใจ ไม่มีใจรัก

ความขัดแย้งของการใช้ชีวิต จะคิดให้ดีและระมัดระวัง หรือจะรู้ใจตัวเองแล้วลงมือทำทันที

ความขัดแย้งระหว่างดำและเขียว

ดำเชื่อในการสร้างโอกาสเพื่อทำให้ชีวิตดีขึ้น หากต้องทำสิ่งที่จำเป็น ก็ไม่มีอะไรมาขัดขวางเราได้ สิ่งสำคัญคือการใช้อำนาจเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

เขียวเชื่อและเดินตามทางที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เราแต่ละคนต่างเกิดมาเพื่อทำบางอย่าง เราเพียงแค่ทำตามหน้าที่ที่ได้รับ ค้นหามันให้เจอและยอมรับมัน

ความขัดแย้งระหว่างดำและเขียว คือความสามารถในการควบคุมชีวิตของตนเอง เราเข้าควบคุมรับผิดชอบชีวิต หรือเรายอมรับและเดินไปตามทางที่คนอื่นเลือกไว้ ชีวิตของเรา เราจะวางแผนและเปลี่ยนแปลงมันได้เองหรือเปล่า หรือเรายอมรับและใช้ชีวิตที่กำหนดไว้แล้ว

สำหรับดำจะยึดหลักการข้าควบคุมชีวิตและรับผิดชอบอนาคตของตนเอง ดำมองเขียวว่าเป็นพวกไร้สาระที่เชื่อและงมงายในสิ่งที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือเปล่า ดำมองเห็นความขัดแย้งนี่เหมือนโอกาสและไสยศาสตร์

สำหรับเขียวจะยึดหลักการสืบทอดรูปแบบที่เป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้ว เขียวมองดำเป็นพวกพิษร้ายที่มองไม่เห็นความจริงตรงหน้า เขียวมองความขัดแย้งนี้เหมือนความจริงและความสงสัย

ความขัดแย้งของบทบาทของแต่ละคน จะเลือกบทบาทเองหรือเล่นไปตามบทที่ได้รับ จะกำหนดชีวิตเองหรือจะเชื่อมั่นและศรัทธา

ความขัดแย้งระหว่างแดงและขาว

แดงเชื่อมั่นว่าจุดมุ่งหมายของชีวิตคือการได้สิ่งที่ใจปรารถนาและทำตามฝัน ดังนั้นแต่ละคนจะต้องรู้ว่าสิ่งไหนสำคัญที่สุด และมีอิสระที่จะเดินตามทางของตัวเอง สร้างสังคมเสรี ไม่มีข้อจำกัด ไม่มีขีดจำกัด

ขาวเชื่อในโลกที่ทุกคนมีความสุข ดังนั้นสังคมจึงต้องปลอดภัยและมั่นคง โดยการสร้างกฎระเบียบเพื่อให้ทุกคนทำตาม ไม่ปล่อยให้มีคนเห็นแก่ตัวและเป็นภัยกับสังคม

ความขัดแย้งระหว่าง อิสรภาพกับความมั่นคง ระหว่างโลกที่อิสระเสรี หรือโลกที่ปลอดภัย เราจะสร้างสังคมที่เห็นแก่คนบางคนให้เค้าได้ทำตามใจ หรือจะสร้างสังคมที่ปกป้องทุกคนให้ปลอดภัย

สำหรับแดงนี่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ไม่อยากให้ใครต้องมาบอกว่าให้ทำอะไร หรือทำอะไรไม่ได้ แดงมองขาวเป็นพวกใช้อำนาจบังคับ ฝืนความต้องการ แดงมองความขัดแย้งนี้เหมือนประชาธิปไตยและเผด็จการ

สำหรับขาวนี่เป็นเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม ขาวมองแดงเป็นพวกปัจเจกชนที่ต่อต้านรัฐ และเป็นอันตรายต่อสังคม ขาวมองความขัดแย้งนี้เหมือนระเบียบและความวุ่นวาย

ความขัดแย้งของการปกครอง การควบคุมตนเอง

ความขัดแย้งระหว่างเขียวและน้ำเงิน

เขียวเชื่อว่าแต่ละคนเกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษที่แตกต่างกัน มีจุดเด่น มีจุดด้อย ทุกอย่างถูกกำหนดในยีนส์ตั้งแต่แรกแล้ว

น้ำเงินเชื่อว่าแต่ละคนเกิดมาตัวเปล่า และมีศักยภาพที่จะกลายเป็นอะไรก็ได้ ด้วยการศึกษา ประสบการณ์ และเครื่องมือ แต่ละคนสามารถเลือกที่จะพัฒนาตนเองได้ตามที่ต้องการ

ความขัดแย้งระหว่างพรสวรรค์กับความพยายาม ทัศนคติแบบเติบโตและทัศนคติแบบตายตัว จะเชื่อว่าเราเกิดมาพร้อมกับความสามารถบางอย่าง หรือจะเชื่อว่าเราพัฒนาความสามารถเพิ่มได้ ชะตาชีวิตเราถูกกำหนดไว้แล้วโดยยีนส์และสิ่งแวดล้อม หรือจะใช้ศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด

สำหรับเขียว นี่เป็นเรื่องของการยอมรับและเดินตามทางที่กำหนดไว้แล้ว เขียวมองน้ำเงินเป็นพวกที่ไม่ยอมรับความจริง เขียวมองความขัดแย้งนี้เหมือนการยอมรับและการปฏิเสธ

สำหรับน้ำเงิน นี่เป็นเรื่องของการเข้าถึงศักยภาพของแต่ละคน ความเป็นไปได้ที่เรายังมองไม่เห็น น้ำเงินมองเขียวเป็นพวกที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง น้ำเงินมองความขัดแย้งนี้เหมือนโอกาสและความเฉื่อยชา

ความขัดแย้งของตัวตนของเรา เลือกที่จะเป็นตัวของตัวเอง หรือเลือกที่จะพัฒนาตนเองให้ดีที่สุด

ความต้องการของแต่ละสี

สิ่งที่ขาวต้องการคือความสงบสุข และมองว่าสิ่งที่มันจะทำลายความสงบสุขคือ ความเห็นแก่ตัวของแดง และความไม่ยั้งคิดของดำ

สิ่งที่น้ำเงินต้องการคือความสมบูรณ์แบบ และมองว่าสิ่งที่จะขัดขวางจากการพัฒนาตนเองให้ดีที่สุดคือ คนแบบเขียวที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง และคนแบบแดงที่ไม่มองการณ์ไกล

สิ่งที่ดำต้องการคืออำนาจ เพื่อเข้าควบคุมและรับผิดชอบชีวิตของตนเอง ให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ และมองว่าสิ่งที่จะขัดขวางความสำเร็จคือ คนที่ยอมรับชะตาชีวิตของตนเองแบบเขียว และคนที่เพ้อฝันถึงสังคมอุดมคติแบบขาว

สิ่งที่แดงต้องการคืออิสรภาพ แดงรู้ดีถึงอันตรายและความเสี่ยงจากการใช้ชีวิต และมองว่าสิ่งที่ขัดขวางไม่ให้ทำตามใจคือ ระเบียบวินัยที่ถูกสร้างขึ้นจากคนแบบขาว และคนคิดมากแบบน้ำเงิน

สิ่งที่เขียวต้องการคือการเติบโตแบบธรรมชาติ และมองว่าสิ่งที่จะทำลายความสมดุลคือคนที่เปลี่ยนแปลงแบบน้ำเงินที่ไม่รู้จักยอมรับในพรสวรรค์ของตนเอง และคนแบบดำที่ไม่ยอมรับชะตาชีวิตของตนเอง

ความสุขของแต่ละสี

ความสุข เกิดจากการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน 3 ระดับคือ การได้ใช้ชีวิตที่สนุกสนาน การได้ทำงานที่ตนเองชอบ การได้ใช้ความสามารถเพื่อก่อให้เกิดผลที่ไม่ใช่แค่ประโยชน์ส่วนตน แต่เป็นบางอย่างที่มันยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา เช่น ทำประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อใครบางคน เพื่อโลกใบนี้

ถ้ามองง่ายๆ คนที่น่าจะมีความสุขที่สุดควรจะเป็นคนแบบขาว เขียว และน้ำเงิน แต่ถ้าเรามองดีๆ จะเห็นว่า คนที่มี Passion หรือมีใจรัก แบบแดงก็สามารถทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมได้เช่นกัน แต่ต้องได้ทำแบบมีอิสรภาพ ปล่อยให้แดงได้ทำในแบบที่แดงต้องการ

แต่ละสีมีความแตกต่างกัน เราไม่ได้บอกว่าสีไหนดีกว่ากัน อยู่ที่การมองสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา มันอาจจะไม่ดีถ้าเรามีสีขาวมากไป ถ้าจะมองและทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผน หรือถ้ามีสีดำมากไป ยึดมั่นอยู่กับตัวเองมากเกินไป ถ้ามันทำให้เกิดปัญหา ก็ลองปรับเปลี่ยน ลองนึกถึงคนอื่นบ้าง

คนที่นึกถึงแต่คนอื่น พี่น้องหรือเพื่อนมาก่อนเสมอ มันทำให้เราลำบากหรือเปล่า ถ้าการที่เราต้องคอยรับใช้คนอื่นๆ มันหนักมันเหนื่อยจนเกินไป ลองหัดเห็นแก่ตัว หัดรักและเห็นใจตัวเองบ้าง

เราเป็นได้ทุกสีรวมกัน แบ่งสัดส่วนในแบบที่เราต้องการให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม มีส่วนของสีดำเพื่อเข้าควบคุมรับผิดชอบชีวิตของตนเอง มีส่วนของสีน้ำเงินเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง มีส่วนของสีขาวเพื่อใช้รวมพลังของหลายคนเข้าด้วยกัน มีส่วนของสีแดงที่มีใจรักและลงมือทำ มีส่วนของสีเขียวที่จะรู้จักยอมรับและปล่อยวาง

มองการณ์ไกล แต่ก็อย่าลืมความสุขในขณะนี้ เห็นใจคนอื่นและไม่ลืมที่จะนึกถึงตัวเอง มุ่งมั่นทะเยอทะยานแต่ก็ต้องรู้จักปล่อยวาง

Like what you read? Please share it with your friends so we can get their thoughts!

Previous ArticleNext Article

2 Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.