การพัฒนาตนเอง

คิดบวก เป็นเรื่องดี แต่ไม่พอที่จะทำให้เราทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ

หลายคนเชื่อว่าถ้าคิดบวกแล้วจะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนได้ แต่จากผลการศึกษาของ Gabriele Oettingen คนเขียนหนังสือ Rethinking Positive Thinking กลับพบว่า การคิดบวกเพียงอย่างเดียวมันมีข้อจำกัดและอาจจะไม่ได้ทำให้เราประสบความสำเร็จ แล้วเราจะแก้ไขได้ยังไง

การคิดบวกอาจทำให้เราทำงานได้แย่ลงในระยะยาว

การคิดบวกอาจจะทำให้สมองเรารู้สึกไปเองว่าเราทำเป้าหมายได้สำเร็จแล้ว ดังนั้นมันจะทำให้เราเฉื่อยลง ไม่กระตือรือร้นที่จะทำงานหนักให้สำเร็จตามเป้าหมาย การศึกษาพบว่า ในระยาวการคิดบวกส่งผลให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ด้วย

เราคงเคยได้ยินคำแนะนำว่า ให้คิดบวก แล้วมันจะช่วยให้เราประสบผลสำเร็จ แต่ผลจากการศึกษากลับพบว่า ความสำเร็จมันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ อย่างที่แนะนำกัน การคิดบวกมันทำให้เรามีกำลังใจในระยะสั้นๆ แต่ความย้อนแย้งของมัน กลับทำให้คนคิดบวกมองผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะลงมือทำ และสมองรู้สึกไปเองว่าทำสำเร็จแล้ว ส่งผลทำให้หมดความกระตือรือร้นที่จะทำสิ่งที่จำเป็น หมดความมุ่งมั่นที่จะทำงานหนัก เพื่อให้งานสำเร็จ

การคิดบวกมันทำให้รู้สึกดีชั่วคราว แต่มันจะทำให้เราเฉื่อยลง ไม่กระตือรือร้นที่จะทำงาน เวลาผ่านไปมันจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

จากการศึกษาประสิทธิภาพการทำงาน พบความเชื่อมโยงระหว่างการคิดบวกกับอาการซึมเศร้าด้วย อาสาสมัครนักศึกษาที่เข้าร่วมงานวิจัย เค้าพบว่ายิ่งปล่อยให้นักศึกษาฝันกลางวัน นึกถึงความสำเร็จ คิดบวกมากเท่าไหร่ ก็จะส่งผลให้เกิดอาการซึมเศร้าในระยะยาวมากขึ้น เพราะการคิดบวกทำให้คนลดความพยายามลง ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ทำงานตามเป้าหมายไม่สำเร็จ จนกระทั่งทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้

ถ้าการคิดบวกไม่ใช่ทางออกที่ดี แล้วต้องทำยังไง

การคิดบวกเพียงอย่างเดียวมันก็ไม่ได้แย่ แต่มันก็ไม่พอที่จะทำให้เราทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ เราต้องมองโลกในแง่ดีแล้วก็นึกถึงอุปสรรคที่มันจะเกิดขึ้นด้วย ดึงตัวเองให้กลับมายังโลกแห่งความจริง การมองสถานการณ์ทั้งสองด้าน ทั้งผลลัพธ์ที่ดีที่เราคาดหวังและอุปสรรคที่มันอาจจะเกิดขึ้น มันจะทำให้เราคิดและทำตามความเป็นจริงมากที่สุด นั่นคือมันจะทำให้เราคาดหวังความสำเร็จ เรามีกำลังใจและสามารถทำตามเป้าหมายได้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะคิดถึงอุปสรรคที่เกิดขึ้น มันจะทำให้เรายังมีความกระตือรือร้นที่จะทำงานให้สำเร็จ

คิดบวก + คิดถึงอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น แล้ววางแผนจัดการกับอุปสรรคด้วย

เราสามารถฝึกฝนการมองสถานการณ์ทั้งสองด้าน เพื่อให้เราคิดบวกและให้เรายังมีความกระตือรือร้น โดยทำตาม ขั้นตอน Wish Outcome Obstacle Plan (WOOP) ดังต่อไปนี้

  • Wish ระบุสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้น
  • Outcome ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเราคาดหวัง
  • Obstacle นึกถึงอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น
  • Plan วางแผนจัดการกับอุปสรรค

การศึกษาพบว่า การคิดบวกแบบ WOOP จะช่วยให้อาสาสมัครทำตามเป้าหมายได้สำเร็จถึง 80% เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ทำสำเร็จได้เพียง 30% คนที่คิดบวกแบบ WOOP จะทำตามเป้าหมายได้ดีขึ้น เช่น ช่วยให้คนที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักได้มากขึ้น ทำให้คนหันมากินผักผลไม้ได้มากขึ้น ทำให้ผลการเรียนดีมากขึ้น และทำให้ความสัมพันธ์ดีมากขึ้น

อุปสรรคของคนที่ต้องการลดน้ำหนักคือ อดใจไม่ได้ที่จะกินอาหารมื้อดึก หรือกินขนมของหวาน ดังนั้นถ้าต้องการลดน้ำหนัก เราก็ต้องนึกถึงอุปสรรคด้วย จากนั้นก็วางแผนรับมือ เช่น ถ้าเกิดอยากกินขนมอยากกินช้อกกะแล็ตตอนดึกๆ ก็จะให้เปลี่ยนไปกินแอปเปิ้ลหรือส้มแทน

อุปสรรคของคนที่ต้องไปสัมภาษณ์งานคือ ขาดความมั่นใจ ดังนั้นเราก็ต้องรู้จักวางแผนรับมือสถานการณ์ เช่น ก่อนสัมภาษณ์ ถ้ารู้สึกว่าไม่มั่นใจ ก็ให้เตือนตัวเองว่าเรามีความสามารถพอที่จะทำได้

ปัจจัยที่ทำให้คนคิดบวกแบบ WOOP ประสบความสำเร็จคือ ความฉลาดทางอารมณ์ทำให้มีความกระตือรือร้น

ถ้าเรามีอาการซึมเศร้าเพราะทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จ ก็ให้ลองฝึกฝนการคิดบวกแบบ WOOP ลองหลับตาลง คิดถึงสิ่งที่เราต้องการ คิดถึงผลลัพธ์ที่มันเกิดขึ้น เช่น เราต้องการเลื่อนขั้นในปีนี้ ทีนี้ก็ให้ซื่อสัตย์กับตัวเองแล้วคิดถึงอุปสรรค มีอะไรบ้างที่มันจะขัดขวางไม่ให้เราได้เลื่อนขั้น เราพร้อมที่จะทำงานหนักหรือเปล่า เราพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นแค่ไหน และสุดท้ายจำลองสถานการณ์ แล้ววางแผนเพื่อรองรับ ว่าเราจะแก้ไขมันได้ยังไง

สรุป

การคิดบวกจะช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงเวลาที่เราท้อแท้สิ้นหวัง ทำให้เรามีกำลังใจในระยะสั้นๆ ได้ แต่ในระยะยาวเราต้องวางแผน เราต้องมีระบบที่จะช่วยให้เราทำตามเป้าหมายให้สำเร็จ การคิดบวกแบบ WOOP จะช่วยให้เรามองโลกในแง่ดี พร้อมกับคิดถึงความเป็นจริง คิดถึงอุปสรรคที่มันจะเกิดขึ้น ช่วยให้เราวางแผน จำลองสถานการณ์และหาทางแก้ไขได้

การคิดบวกแบบ WOOP ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ โดยการสะกิด และถามตัวเองแค่อย่างเดียว อะไรที่มันขัดขวางไม่ให้เราทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ?

References

Don’t think too positive
Rethinking Positive Thinking: Inside the New Science of Motivation

คิดบวกและมองโลกในแง่ดี ส่งต่อความคิดในแง่ดีให้คนอื่นๆ

Like what you read? Please share it with your friends so we can get their thoughts!

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published.