แรงบันดาลใจ

จะทำอะไรมันต้องให้ ควรค่าแก่การพูดถึง เพื่อดึงดูดความสนใจของคน

มีคำๆ นึงที่ติดอยู่ในหัวตลอดเวลา นั่นคือ Remarkable ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเราไม่ค่อยสนใจมันเท่าไหร่ จนกระทั่งที่เราได้ดู TED Talk ของ Seth Godin – How to get your ideas to spread หลังจากนั้นเราก็สลัดคำนี้ออกจากหัวไม่ได้เลย มันฝังลึกลงไปในสมองของเรา ถึงจะฟังดูเป็นเรื่องไม่ดี น่ากลัว แต่รับรองว่าเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ

re·mark·a·ble
/rəˈmärkəb(ə)l/
adjective: remarkable
worthy of attention; striking.

นี่เป็นความหมายที่หาได้จาก Google ความหมายที่อ่านแล้วรู้สึกธรรมดามาก แต่ใน TED Talk – How to get your ideas to spread  Seth Godin ได้พูดถึงคำว่า Remarkable เอาไว้ เค้าให้ความหมายของคำนี้ว่า Worth making a remark about ช่างเข้าใจหาคำแปลซะเหลือเกิน เป็นคำแปลที่ Remarkable!

Remarkable or Invisible

เวลาที่เราทำอะไร ทำไมต้องทำให้มัน ควรค่าแก่การพูดถึง ก็เพราะว่าคนเรามีตัวเลือกเยอะเหลือเกิน แต่เวลาดันมีจำกัด ในแต่ละวันคนจะเจอสิ่งเดิมๆ ซ้ำไปมา แล้วถ้าเราทำสิ่งที่เหมือนกับคนอื่นๆ หรือคุณภาพระดับเดียวกันกับคนอื่น ถ้าทำแต่ของทั่วๆ ไป ให้คนทั่วๆ ไปใช้ มันก็จะยากที่จะทำให้คนสนใจ ดังนั้นเวลาเราทำอะไรมันจึงต้อง Remarkable มันต้องให้ ควรค่าแก่การพูดถึง เพื่อดึงดูดความสนใจของคน

โอกาสที่เราจะทำสิ่งที่ Remarkable กลายเป็นสิ่งที่สร้างแรงกระตุ้นให้เราตื่นไปทำงานทุกวัน รักและใส่ใจงานที่เราทำ ทำให้เราไม่มองข้ามรายละเอียดใดๆ ทำให้เรากังขากับทุกสิ่งอย่าง ไม่ว่าไอเดียนั้นจะเป็นของใคร ความรู้สึกแรกต่อไอเดียมันดีหรือไม่ดี เรามักจะต้องถามเพื่อให้มั่นใจว่า นี่คิดมาดีแล้วหรอ

Remarkable vs Very Good

ผู้ผลิตแต่ละรายต่างสามารถทำสินค้าให้ได้มาตรฐานหรือถึงขั้นดีมากเหมือนกัน ดังนั้นที่ตรงข้ามกับ Remarkable จึงไม่ใช่ แย่หรือธรรมดา แต่เป็น ดีมาก การทำสินค้าให้ได้ดีหรือดีมากจึงยังไม่พอ มันต้องเป็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เปลี่ยนวิธีการค้นหาสินค้า หรือเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินไปเลย

ลองดู TED Talk หรือลองอ่านหนังสือ Purple Cow: Transform Your Business by Being Remarkable น่าจะเข้าใจสิ่งที่เราเขียนมากขึ้น

หนังสือ Purple Cow มีแปลเป็นภาษาไทยใช้ชื่อว่า การตลาดแบบวัวสีม่วง : Purple Cow หาซื้อได้ตามร้านซีเอ็ด หรือ ร้านนายอินทร์

Purple Cow

แต่ก่อนมันเป็นเรื่องง่ายที่จะโฆษณาขายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะโฆษณายังมีน้อย ทำให้ดึงความสนใจของคนได้ง่าย โฆษณาจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า แต่ในปัจจุบันโฆษณาเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย มีอยู่เต็มไปหมด มีเยอะจนเราไม่สนใจ ทำให้ประสิทธิภาพของการทำโฆษณาลดน้อยลง

อินเทอร์เน็ตเป็นที่ๆ แออัดไปด้วยข้อมูล มีคนเขียนหนังสือในหมวดหมู่เดียวกัน มีคนเขียนบทความแนวเดียวกัน ผู้คนแย่งกัน แข่งขันกัน เพื่อที่จะดึงความสนใจของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต วิธีที่จะดึงความสนใจของคนได้คือการต้องทำให้ผลงานของเราโดดเด่น ต้องทำให้ผลงานของเราเป็น Purple Cow ทำให้เป็นวัวสีม่วง จะได้ไม่กลืนหายไปกับฝูงวัวหรือฝูงชน

Being noticed is not the same as being remarkable. Running down the street naked will get you noticed, but it won’t accomplish much. It’s easy to pull off a stunt, but not useful.

แต่การทำให้โดดเด่นก็ไม่ใช่ว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าบอเพื่อให้คนสนใจ ไม่ใช่การแก้ผ้าให้คนสนใจ แต่มันต้องมีประโยชน์ด้วย

Taking risks

ในปัจจุบัน การรับความเสี่ยง เป็นกลยุทธ์ที่เสี่ยงน้อยกว่า การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง กลัวและไม่ยอมทำอะไรใหม่ๆ

การที่จะประสบความสำเร็จได้ เราต้องเอาชนะความกลัวนี้ให้ได้ เพราะถ้าผลงานเราไม่โดดเด่น ในสภาพแวดล้อมที่แออัดไปด้วยผลงานที่คล้ายๆ กัน ผลงานของเรามันก็เหมือนกับล่องหน ไม่มีใครมองเห็น

อย่ากลัวที่จะทำแตกต่าง อย่ากลัวที่จะโดนล้อเลียน อย่ากลัวคำวิจารณ์ ถ้ามีคนวิจารณ์ผลงานเรา นั่นเท่ากับว่ามันโดนตา มันมีคนสนใจ เป็นเพราะมันโดดเด่นเหนือคนอื่น

ในทางกลับกัน เราควรจะกังวลมากกว่า ถ้าไม่มีใครวิจารณ์ผลงานของเรา เพราะมันหมายถึงไม่มีคนสนใจ มันเป็นเพราะว่าเราระมัดระวังตัว ปลอดภัยไว้ก่อน

Like what you read? Please share it with your friends so we can get their thoughts!

Previous ArticleNext Article